Kanokwan さんのプロフィールAngel_Aomフォトブログリストその他 ![]() | ヘルプ |
|
使用中のカテゴリはありません。
|
Angel_Aom* Fly with me and you will see the world * 10月31日 ประกาศตอนนี้สเปซมีปัญหาค่ะ
เปิดได้สักพักก็จะทำการปิดตัวเอง
ดีบั๊กอยู่นั่นทั้งวัน หมดปัญญาจะแก้ไข
เอาเป็นว่า ขอเชิญมิตรรักแฟนเพลงไปเจอกันที่ไฮไฟ๊แทนละกันนะคะ
http://Om-Jai.hi5.com ถูกมั้ยหว่า
ปวดหัวกับเทคโนโลยีสมัยนี้จริงๆ
รู้สึกว่าลงรูปในไฮไฟ๊ไม่สนุกเท่าในสเปซด้วย
เซ็งอ่ะ ..
ใครรู้มั่งว่าต้องทำไง สเปซถึงจะกลับมาอย่างแข็งแรง
แค่นี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวมันปิดตัวเองอีก
ขี้เกียจพิมพ์ใหม่
7月17日 ปวดหัวเพราะไฮไฟ๊ปกติผลุบๆโผล่ๆ
พอมีไฮไฟ๊ ผลุบไม่โผล่เลยวุ้ย
ไม่ได้ไปบ้าบอคอมเม้นท์ชาวบ้านเค้าเลยนะคะ
แต่ปัญหามันเนื่องมาจากความง่าวของอิชั้นเองเจ้าค่ะ
พอสมัครเสร็จ ก็ตั้งค่าบ้าบออะไรกับเค้าไม่เป็น
พอไปบินกลับมา เมล์แทบจะทะลักอินบ๊อกซ์
ไม่ว่าจะกระดิกอะไร มันส่งเมลมาบอกหมดทุกสิ่งอย่าง
เค้ารับเราเป็นเพื่อน เค้าขอเราเป็นเพื่อน
เค้าเม้นท์โปรไฟล์เรา เค้าเม้นท์รูปภาพเรา บลา บลา บลา
โอ๊ย...มากมาย มากมาย
แล้วมันก็เที่ยวไปขอชาวบ้านเค้าเป็นเพื่อน
โดยที่อิชั้นไม่ได้ทำอะไรเล้ย
เพื่อนฝูงก็หาว่าอิชั้นเสียสติ ย้ำคิดย้ำทำ
แอดมันเป็นเพื่อนซ้ำๆซากๆทุกวัน
กรูป่าวทำ... แต่กรูแก้ไขอะไรไม่ได้
ใครพอมีความรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ขอความกรุณาโทรมาบอกด้วย
รึจะทิ้งข้อความเอาไว้ก็จะเป็นพระคุณยิ่ง
ปล. ช่วงนี้อาจหายเงียบไปบ้าง เนื่องจากบินหนัก
และวันหยุดอิชั้นก็อยากแต่จะดูเงาอโศก ไม่มีเวลามาอัพสเปซ
เอาไว้ละครอวสาน อิชั้นจะมาโลดแล่นบนสเปซใหม่นะคะท่านผู้ชม
6月19日 คาซาบุรี แห่งโม่นครวันนี้อิชั้นหยุดค่ะท่านผู้ชม
หยุดสามวันก่อนไฟลท์กรุงเทพฯ
เลยมีแรงคึกมาอัพสเปซได้
ก็มาบ่นตามประสาแอร์ปากมอม
มิตรรักแฟนเพลงคงจะชินกันแล้ว
ถ้านังนี่มันโผล่มาแบบสงบปากสงบคำสิแปลก
วันนี้ขอบ่นเรื่องไฟลท์คาซาบลังก้าที่น่ารักแห่งโมรอคโค
จริงๆแล้วบินไปตั้งแต่ตอนต้นเดือน
แต่ด้วยความขี้เกียจเลยดองเอาไว้เล่าเอาป่านนี้
เริ่มด้วยไฟลท์นี้ที่ไม่มีใครต้องการ
ลูกเรือทุกคนต่างก็รู้ๆกันอยู่ว่าไฟลท์นี้เถื่อนแค่ไหน
ภาษาอังกฤษก็ไม่พูดกันนะผู้โดยสารที่รักเนี่ย
ไฟลท์ก็ยาวนานจนแทบจะหัวหงอกกันไปเลย
แค่นี้ก็ว่าหนักหนาสาหัสแล้ว
หัวหน้ายังจะบอกอีกว่า ไฟลท์นี้ไอจะประเมินยูนะ
ฮ่วย.....
จะเลื่อนไปประเมินไฟลท์หน้านี่จะตายมั้ยคะ
เอาให้หลอนเครียดผมร่วงกันไปเลยใช่มั้ย
และแค่นั้นสวรรค์อาจจะไม่สาแก่ใจ
อิชั้นยังได้รับมอบหมายให้เป็นดิวตี้ฟรีอีกตำแหน่ง
ซึ่งผู้โดยสารไฟลท์นี้ทุกคนย่อมรู้ดีถึงกิตติศัพท์
ไม่ทราบว่าทุกคนไปรวยมาจากไหน
หรือที่ประเทศเค้าสอนมาว่าจำเป็นต้องซื้อของบนเครื่องบิน
ซื้อแล้วชีวิตจะรุ่งโรจน์หรือไรก็ไม่ทราบได้
ขายแค่ในโซนตัวเองก็หูตูบลิ้นห้อยจะแย่
นี่ลูกเรืออีกคนดันใหม่แกะกล่อง ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นดิวตี้ฟรี
ก็เลยไม่ได้ไปรับกระเป๋าเงินมาเพื่อปฏิบัติภารกิจสำคัญนี้
เดือดร้อนใครคะถ้าไม่ใช่อิชั้น...
วิ่งตั้งแต่หัวเครื่องยันท้ายเครื่อง
คนนั้นซื้อนี่ คนนี้ซื้อนั่น
อยู่แอร์พอร์ทกันตั้งนานทำไมไม่ซื้อกันฟระ
เหนื่อยนะเฟร้ย..
แต่ย่อมมีความโชคดีบนความโชคร้ายค่ะท่านผู้ชม
ด้วยความที่ความสามารถด้านคำนวณของอิชั้นอยู่ในระดับต่ำ
กว่าจะคิดเงิน รวมยอด ทอนตังค์
ผู้โดยสารก็แอบเห็นใจในความกระเซอะกระเซิงของอิชั้น
คนแรกให้เงินยูโรมา อิชั้นก็ไม่มีเงินยูโรทอน
ต้องคำนวณเป็นค่าเงินอื่นให้แทน
เฮียแกเลยบอกว่า ยูเอาไปเหอะ ชั้นให้
ห้ายูโร คิดเป็นเงินไทยก็สองร้อยกว่าบาท
คนต่อมาซื้อของหลายพัน ให้แบงค์หมื่นมา
(ประเทศอิชั้นรวยจนผลิตแบงค์หมื่นกันเลยล่ะค่ะ)
อิชั้นต้องทอนประมาณพันห้า
เฮียแกคว้าไปแค่พันนึงแล้วบอกว่า ที่เหลือยูเอาไปนะ
อู๊ย..อิชั้นแทบจะยกมือไหว้ ขอร้องให้กลับมาใช้บริการอีกทุกวัน
ผู้โดยสารแสนประเสริฐแบบนี้นับวันยิ่งหายาก
ไม่รวมเล็กๆน้อยๆจากผู้โดยสารด้านหลัง
เบ็ดเสร็จขายของวันนั้นได้ทิปมากกว่าค่าบินซะอีกมั้ง
แต่สภาพสังขารอิชั้นนี่ไม่ต้องพูดถึง
ไปถึงโรงแรมนี่แทบจะพุ่งลงเตียงไม่ทัน
สลบเหมือดแน่นิ่ง แต่แอบฝันว่านับเงินทอนเงินอยู่ในฝันด้วย
เรียกว่าหลอนเข้าไปถึงจิตใต้สำนึกกันเลย
ตื่นมากลางดึกอิชั้นก็เอาคอมฯน้อยกลอยใจออกมาเปิด
พลางนึกไปถึงคำพูดของพวกไอ้คุณแน๊ท คุณเมย์
ที่มันบอกว่า "ห้องนึงนะแกมีwirelessให้เล่นเน็ตฟรี..
..แต่ห้องนั้นมีผีนะแก๊.."
อิชั้นรีบปิดตัวรับสัญญานเลยค่ะ
กลัวว่าถ้าเกิดคอมฯอิชั้นมันเกิดติดเน็ตขึ้นมาได้
เดือดร้อนต้องขนหัวลุกย้ายห้องกันจ้าละหวั่นแน่ๆ
เพื่อนคนไทยก็ไม่มีบินด้วยกันเล้ยเดือนนี้
มีก็แค่ไฟลท์โดฮา..ไฟลท์ยาวนานสามสิบห้านาทีถ้วน
จะเรียกว่าตดไม่ทันหายเหม็นก็ไม่ได้
เรียกว่ายังไม่ทันได้ตดเลยดีกว่าค่ะ
แล้วจะให้คนไทยมาบินเป็นเพื่อนเพื่อสิ่งใดคะ
แต่ไม่เป็นไรค่ะ อิชั้นให้อภัย
เพราะเดือนนี้อิชั้นได้ไฟลท์กรุงเทพฯ
หลังจากที่ไม่ได้มานานแรมปี
จำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่โอเปอเรทเป็นช่วงปลายปี2007
นี่แหละค่ะความน่ารักของบริษัทอิชั้น
จัดตารางยังไงให้คนไทยหลบหลีกไฟลท์กรุงเทพฯสองไฟลท์ต่อวันได้
แถมจัดให้หลบหลีกคนไทยด้วยกันที่มีหลายร้อยคนได้อีกด้วย
อา..ยอดเยี่ยมเหลือเกิน
แค่นี้ก่อนนะคะ
คราวหน้าจะมาโหลดรูปที่ไปปักกิ่งมาให้ดู
พร้อมทั้งบ่นพล่ามเรื่องปักกิ่งให้ฟังตามประสา
เชิ้บๆ..
5月25日 ปารีส กรีดหัวใจบองชู๊วววว...
เพิ่งแลนด์จากปารีสเมื่อเช้าเด้อพี่น้อง
ใครอยากไปก็เชิญ อิชั้นไม่อยากไปแม้แต่นิด
ถ้าอยากรู้ว่าเพราะอะไร อิชั้นจะสาธยายให้ฟังค่ะ
สายการบินอื่นเค้าให้ลูกเรือพักในดาวน์ทาวน์
ขยับตัวเพียงนิดก็จ๊ะเอ๋กับหอไอเฟล
แล้วสายการบินนี้มันเป็นอาร๊ายยย
นั่งรถจากแอร์พอร์ต วนไปวนมาให้เรางงๆ
แล้วก็จอดปุ้ก...ข้างๆแอร์พอร์ต
ลูกเรือใหม่ที่บินมาครั้งแรกถึงกับมองกันเลิ่กลั่ก
นึกว่ารถเสียแล้วมาจอดที่อู่ซ่อมเครื่องบิน
หึหึ..ยินดีต้อนรับสู่สายการบินแห่งชาติแขกขาวเงินหนาจ้ะหนูๆ
เจ๊เองก็รับชะตากรรมนี้มาตั้งแต่โบราณนานมา
และสงสัยว่าจะเป็นเช่นนี้ไปอีกหลายชั่วอายุคน
จะเข้าเมืองทีนึงนี่ต้องมีแรงบันดาลใจอย่างแรงกล้า
ยิ่งมารอบนี้ไม่มีคนไทยมาด้วย
ไม่ต้องออกไปเห็นเดือนเห็นตะวันกันหรอกค่ะ
นอนมันไปให้ครบยี่สิบสี่ชั่วโมงไปเลย
โรงแรมที่นี่ก็มีทีวีจอแบนอย่างดีใหญ่เบิ้ม
แต่เป็นภาษาฝรั่งเศส99.99%
อีก0.01% เป็นข่าว BBC CNN Skynews
บริโภคข่าวสารจนแทบจะกลายเป็นหนังสือพิมพ์
อ้อ..ถ้าเบื่อสามช่องนั้น ก็ยังมีBloomburgอีกช่องนะ(แม่มเอ๊ยยย)
ถ้าทนไม่ได้จริงๆ ทางโรงแรมก็จัด Crew Loungeไว้ให้
ซึ่งถ้าเข้าไป ก็จะเจอลูกเรือชะตากรรมเดียวกัน
นั่งซึมกระทือ ไร้เมคอัพ และ จิตวิญญาน
จิบกาแฟ คุยกันเรื่องตารางบินและความปวดร้าวในจิตใจ
เอ่อ..ปัญหาส่วนตัวอิชั้นก็มีเพียงพอแล้ว
จะไปนั่งฟังปัญหามวลรวมของลูกเรือนานาชาติก็ใช่เรื่อง
ก็เลยต้องทนอุดอู้อยู่ในห้องตัวเองให้สาสมใจ
แล้วไฟลท์ปารีสนี้ก็กลายเป็นเซอร์วิสพิเศษตามนโยบายบริษัท
ซึ่งเท่ากับว่า เหล่าบรรดาโคถึกFJอย่างอิชั้น ต้องเหนื่อยแบบคูณสาม
แล้วคร๊ายยยมันจะอยากมาไฟลท์นี้กั๊นนน
(ยกเว้นจะได้รับแรงบันดาลใจจากร้านเจ๊หลุยส์ติงต๊องประจำประเทศ)
แล้วขาไปอิชั้นก็ได้แสดงอภินิหาริย์ในการทำเซอร์วิสซะ
เนื่องด้วยเราจะต้องเสิร์ฟ Smoked Trout with wasabi tobiko
เป็นกับแกล้ม เอาไว้โกทูเกเตอร์กับเครื่องดื่ม
มีลักษณะเป็นปลาดิบสองก้อน โรยด้วยไข่ปลาไข่กุ้งสีเขียวๆ
นังแอร์ไร้สติเดินไปที่เป้าหมาย เป็นผู้โดยสารหนุ่มชาวฝรั่งเศส
จากนั้นทำการเสิร์ฟไวน์ และวางกับแกล้มลงไปโชะ!!
กำลังจะเอาทิชชู่ให้ผู้โดยสารดวงกุดคนนั้น
ก็ต้องแปลกใจว่า เมื่อกี๊กรูวางจานไว้ตรงนี้นี่หว่า
หายไปไหนฟระ..เร็วค่อดๆ
ทำหน้างงได้แค่วินาทีเดียวก็อ๋อ..เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นจานนั้น
คว่ำอยู่บนเป้ากางเกงผู้โดยสารคนนั้นค่ะท่านผู้ชม!!!
นังแอร์ตาเหลือก รีบเอื้อมมือไปคว้าจานนั้นด้วยความตกใจ
ผู้โดยสารตาเหลือกกว่า รีบเอามือมาคว้ามือนังแอร์ไว้
เพื่อสกัดกั้นการลุกล้ำอาณาธิปไตยดินแดนฝรั่งเศส
เกือบเสียกรุงให้สาวชาวสยามซะแล้วนะมองซิเออร์
ตอนนี้ก็ปากดีพูดได้ค่ะ
แต่ ณ จุดนั้นอิชั้นหน้าซีดสุดฤทธิ์
ผู้โดยสารชั้นพรีเมี่ยมสูทชุดนึงแพงกว่าเงินเดือนแอร์จนๆไม่รู้เท่าไหร่
นังแอร์รีบเอาผ้าชุบน้ำอุ่น กระดาษทิชชู่ และอีกสารพัดมาประเคน
ขอโทษขอโพยเป็นสิบๆครั้งอิชั้นก็พยายามกลั้นหัวเราะสุดฤทธิ์
แต่ก็ดันหลุดขำออกมา โชคดีที่ผู้โดยสารใจดี
สุดท้ายพอเช็ดกางเกงเสร็จก็หัวเราะกันใหญ่
พอเอากับแกล้มจานใหม่มาให้ เฮียแกยังอุตส่าห์ถามว่า
อันนี้จานเดิมรึเปล่าเนี่ย..
อิชั้นเลยแกล้งบอกว่า เปล่า..จานนั้นเอาไว้ให้ผู้โดยสารคนอื่น
ฮ่าๆๆ ล้อเล่นค่า..ทิ้งไปแล้วจานนั้นน่ะ
ตอนแรกกะจะเล่นมุกว่า จานนั้นจะเก็บไว้กินเอง
แต่ก็กลัวเฮียแกจะหลอนไปมากกว่านี้
แค่ท่าทางตอนที่เฮียแกปกป้องอธิปไตยส่วนบุคคล
ก็ดูออกว่าเฮียเค้าหลอนไม่น้อยกับนังแอร์มือไวคนนี้
แล้วขากลับ หัวหน้าบอกว่าชั้นธุรกิจมีผู้โดยยี่สิบคน
อิชั้นก็ยิ้มไม่เต็มเว้ยเฮ้ย ถ้าเต็มต้องยี่สิบแปด ฝั่งละสิบสี่คน
ปรากฏพอผู้โดยสารชึ้นมา
นั่งฝั่งตรงข้ามหกคน นั่งฝั่งอิชั้นสิบสี่คน!!!
ความยุติธรรมอยู่ที่ไหนคะพี่น้อง T_T
ปล. เดือนหน้าก็ปารีสตั้งแต่วันแรกเลย
เบิกฤกษ์ไฟลท์แรกของเดือน
โอ๊ย..เจ็บปวดเหลือเกิ๊นนนน
5月20日 Milano..ศิลปะ รอยยิ้ม และทีมฟุตบอลเพิ่งกลับมาจากมิลานค่ะ
เริ่ดๆ เชิดๆ ไปเดินเล่นที่อิตาลี
เป็นอีกหนึ่งเมืองที่อิชั้นตกหลุมรักค่ะ
เริ่มด้วยน้ำใจไมตรีของคนที่นี่
แค่เราทำท่าเป็นกระเหรี่ยงตื่นกรุง
มองซ้ายมองขวาพร้อมกางแผนที่
ก็จะมีคนเข้ามาช่วยบอกทางให้
ทั้งที่พี่ท่านไม่รู้ภาษาอังกฤษนี่แหละค่ะ
ไอ้เราสำนึกในน้ำใจก็ส่วนหนึ่ง
แต่ไอ้เรื่องงงกับภาษาและสำเนียงพี่แกก็อีกส่วนหนึ่ง
อะโรร่า..เปรโก..เชา..กราเซีย..เบเน..อิตาเลียโน่
แล้วกรูจะเข้าใจมั้ยคร้า...
แต่บอกแล้วค่ะว่าคนที่นี่มีน้ำใจ
ยิ่งทำท่างงพี่แกจะยิ่งอธิบาย
ซึ่งหมายความว่าจะยิ่งทำให้งงหนักกว่าเดิม
ดังนั้นเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องทำหน้าตาเข้าใจ
พร้อมชี้นิ้วไปยังทิศทางที่น่าจะเป็นทางที่พี่แกบอกมา
ทีนี้เราก็จะได้รอยยิ้มกลับมาค่ะ
เค้าคงจะภูมิใจที่ได้มีส่วนช่วยเหลือคนตกยาก
เหมือนกับได้ช่วยฝูงลิงให้กลับสู่ผืนป่าอีกครั้ง
บางทีเค้าอาจจะไม่อยากให้อิชั้นไปหลงติดค้างอยู่ประเทศเค้าซะละมั้ง
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขอบอกว่าอิ่มใจค่ะ
พอเจอคนดีๆ ก็จะรู้สึกว่าโลกนี้สวยงาม
แม้ไปมิลานครั้งนี้จะเจอฝน
แต่กลับรู้สึกว่าประเทศนี้มันสดใสจังแฮะ
ไปครั้งนี้ได้บินกับเอ๊าะ แล้วก็กั๊ก
ไปถึงก็นอนงีบหนึ่งแล้วก็นั่งรถใต้ดินไปเที่ยวกัน
ตอนแรกไปปราสาทอะไรสักอย่างซึ่งจำชื่อไม่ได้
ที่จริงแล้วมันคงมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อะไรสักอย่าง
แต่การเป็นแอร์สติเสียอย่างอิชั้นก็ไม่เคยจะเที่ยวแบบใส่ใจจำ
เวลาไปเปิดเจอสารคดีแล้วเห็นรูป ก็อารมณ์แบบว่า
เออๆ ที่นี้เคยไปนี่นา หูย..สำคัญขนาดนี้เหรอ ประมาณนี้อ่ะค่ะ
แต่อารมณ์ ณ ตอนที่อยู่ที่นั่น ก็สนใจแค่การถ่ายรูปบ้าบอ
ไม่เคยจะเห็นคุณค่ากับการได้มาเยือน
รู้สึกแค่ว่า ถ้ายังไม่โดนไล่ออก ต้องได้บินมาอีกอยู่แล้ว
แล้วแถมตอนเดินรอบกำแพงปราสาท
อิชั้นดันไปนึกถึงที่ท่านครูกลอนสุนทรภู่เคยกล่าวว่า
"กำแพงรอบขอบคูก็ดูลึก ไม่น่าศึกอ้ายพม่าจะมาได้"
เออหนอ อยู่มิลานก็ยังอุตส่าห์ระลึกถึงตอนเสียกรุง
ช่างเข้ากับบรรยากาศเสียนี่กระไร
ที่นี่มีงานศิลป์สวยๆให้เราได้เห็นตลอด
ตามป้ายข้างทาง ในสวนสาธารณะ และอื่นๆ
ทำให้อารมณ์อดีตสาวสินปากอนเริ่มปะทุคุกรุ่น
มีแรงบันดาลใจอยากหาเรื่องมาเรียนต่อที่นี่
(อยากเรียนจริงๆ ไม่ได้เกี่ยวกับหน้าตาหนุ่มๆที่นี่เลยน้า..อุอุ)
เรื่องศิลปะที่ว่าน่าสนใจแล้ว
เรื่องอาหารการกินที่นี่ก็สร้างความหฤหรรษ์ให้อิชั้นไม่น้อยค่ะ
ไปนั่งกินพิซซ่า สปาเกตตี้จากแดนต้นตำรับ
อิชั้นซัดเข้าไปหมดจานจนโต๊ะข้างๆมองด้วยความสะพรึงกลัว
พวกขนม เบเกอรี่ไอเท็มต่างๆก็อร่อยสุดสวิง
ตอนแรกหยิบมาก็แอบบ่นๆว่าชิ้นใหญ่จัง จะกินหมดเหรอ
แต่สุดท้ายฟาดเรียบ..กินจนลืมอ้วนไปเลย
(เป็นอย่างนี้ทุกทีเลยสิน่า..T_T)
ตอนเดินเล่นดูปราด้า กุชชี่ อย่างเพลินอารมณ์
ก็เกิดปรากฏการณ์อะไรไม่ทราบได้
เดาว่าทีมฟุตบอลประจำชาติเค้าจะชนะ
คนเฮกัน โบกธง บีบแตร เป่าปาก
จากตอนแรกทีแค่นักท่องเที่ยวไม่เท่าไหร่
นี่ไม่รู้ผู้คนจากไหนหลั่งไหลมารวมกันที่ดูโอโม่
ดีใจเหมือนถูกหวยพร้อมกันทั้งประเทศ
เออเว้ย..คนที่นี่บ้าบอลกันสุดๆจริงๆ
แล้วนี่ถ้าแพ้ขึ้นมา จะปิดประเทศร้องไห้กันเลยมั้ยเนี่ย
พอถึงเวลาบินกลับ
หัวหน้าบัญชามาให้อิชั้นเป็นคนครัวชั้นธุรกิจ
โดยให้ฝั่งซ้ายเป็นหนุ่มชาวอังกฤษ
และฝั่งขวาเป็นหนุ่มชาวตะวันออกกลาง
เมื่อดยุค มาเจอกับท่านชีค
ความซวยจึงตกอยู่กับยอดหญิงแห่งสยามนี่เอง
...ฮ่วย...
เหมือนกับตอกย้ำให้อิชั้นได้รับรู้
ว่าความหล่อช่วยอะไรไม่ได้เลย ณ จุดนี้
ยิ่งมาเป็นภาระแก่กรูซะด้วยซ้ำ
ดาบก็แกว่ง มือก็ไกว เท้าก็เต้น
(เอ๊ะ..รู้สึกอันหลังจะไม่เกี่ยว)
ดาร์ลิ้งชั้นต้องการอันนั้น
สวีทฮาร์ทชั้นต้องการอันนี้
เฮ้ย..กรูมีสองมือได้ป่ะไอ้คุณเมิงงง
กลับมาสลบเหมือดแน่นิ่ง
โอ๊ววว..มิล๊าน มิลาน
สุดท้ายก็ไม่ต่างกันเลย....
|
ใครแวะผ่านเข้ามา ช่วยส่งเสียงหน่อยจ้า...
|
|||||||||||||
|
|